ฟิลเลอร์ 8 ข้อต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ !!

Share

ฟิลเลอร์ 8 ข้อต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ !!


ฟิลเลอร์ (Filler) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยเเก้ไขปัญหารูปหน้าได้ดี เนื่องจากการ ฉีด Filler คือเติมเต็มสาร Hyaluronic เข้าผิวหน้าในส่วนที่หายไปให้กลับมาดูละมุน ดูอ่อนเยาว์ ดูสดใสยิ่งขึ้น แต่หลาย ๆ คนก็อาจจะมีข้อสงสัยหรือคำถามเกิดขึ้นมาในหัวมากมาย ควรฉีดกี่ซีซีถึงจะดี กี่วันถึงจะเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน หรือใครบ้างที่ไม่ควรฉีด เพราะทุกวันนี้เราก็เห็นข่าวมากมายเกี่ยวกับอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ของปลอม ฟิลเลอร์แข็ง ฟิลเลอร์เป็นก้อน ฟิลเลอร์ไหล บางคนโชคร้ายเกิดเลือกหมอผิดชีวิตเปลี่ยน ไปฉีดกับหมอกระเป๋าหรือคลินิกที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ไม่มีความชำนาญ ฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง จนตาบอดกันมาแล้วก็มี ดังนั้นวันนี้เรามาทำความเข้าใจและตอบคำถามเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องฟิลเลอร์ ไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

ฟิลเลอร์ เติมเต็มจุดไหนดี? ช่วยเรื่องอะไร?

  • คาง ปัญหาคางสั้น คางตัด เป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าเราดูกลม ไม่มีมิติ เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไป รูปหน้าจะดูเรียว V-shape ได้สัดส่วนที่ดีมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ดีไม่เเพ้การผ่าตัดเสริมคางเลยทีเดียว
  • ปาก ปัญหาปากบาง ปากไม่มีกระจับ ปากไม่เป็นทรง ทาลิปไม่สวย เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไป หลังทำเสร็จทันที ปากจะดูอวบอิ่ม กระจับชัด มุมปากยก หน้าเราก็จะดูหวาน เวลายิ้มมีเสน่ห์มากขึ้น
  • ใต้ตา อายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือปัจจัยต่างๆในการใช้ชีวิต เช่น การนอนดึก การเป็นภูมิแพ้ เป็นสาเหตุทำให้กระดูกใต้ตายุบตัวลง เนื้อบริเวณใต้ตาจะมีความหย่อนคล้อย ความหมองคล้ำ หน้าโทรมดูเหนื่อย เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไป ใต้ตาจะอิ่มฟูขึ้นทันที หน้าดูสดใส ดูเด็กลงอีกด้วย
  • ขมับ ขมับตอบ เป็นสาเหตุทำให้หน้าดูแก่ ดูโทรม เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไปสัดส่วนของรูปหน้าจะดูละมุนมากขึ้น ถือเป็นจุดเสริมโหงวเฮ้งด้านการค้าขาย การงานได้อย่างดีเยี่ยม
  • ร่องแก้ม ร่องแก้มลึกเป็นสาเหตุทำให้เราดูแก่กว่าวัย เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไป นอกจากจะได้ความหน้าอิ่มฟู ยังได้ความหน้าเด็กเพิ่มมากอีกด้วย
  • เเก้มส้ม ปัญหาหน้าเเบน ไม่มีเเก้ม หน้าไม่มีมิติ เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณหน้าเเก้มจะสามารถปรับเปลี่ยนจุดกระทบของเเสงที่ตกลงบริเวณโหนกแก้ม ให้เเสงเปลี่ยนมาตกกระทบลงที่หน้าแก้มหรือครึ่งกลางตา ซึ่งจะทำให้หน้าดูละมุน ดูเกาหลีมากยิ่งขึ้น
  • แก้มตอบ ส่งผลให้หน้าโทรม ดูแก่กว่าวัยเพราะเนื้อบริเวณเเก้มยุบตัวลง เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไป จะช่วยให้ใบหน้าเราดูเอิบอิ่ม สดใส ผิวไม่หย่อนคล้อย เเถมช่วยลดความเด่นของโหนกเเก้มได้อีกด้วย
  • กรอบหน้า เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไป ใบหน้าของเราจะได้รูปมากขึ้น กรอบหน้าชัดได้สัดส่วนที่ดีขึ้น เเละยังช่วยเรื่องกระชับผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้าให้กลับมาดูเต่งตึง
  • ผิวหน้า หรือ Skin Radian ปัญหาผิวหน้าโทรม ผิวขาดน้ำ หน้าไม่มีมิติ เมื่อเติมเต็มฟิลเลอร์ผิว ใบหน้าจะดูเปล่งประกาย ออร่า ผิวโกลด์ ฉ่ำวาว มี hilight ธรรมชาติ เเบบไม่ต้องเสียเวลาเเต่งหน้านานๆ

ฟิลเลอร์ กี่วันถึงเห็นผล? อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์นั้นจะเห็นได้ทันทีหลังฉีด โดยฟิลเลอร์จะอิ่มเต็มที่เมื่อครบ 2 สัปดาห์ ส่วนเรื่องระยะเวลาที่เห็นผลนั้นจะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีดของคนไข้ และที่สำคัญคือยี่ห้อที่ใช้ฉีด

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

  1. ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS ได้แก่ Ibruprofen, Naproxen อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องการอาการฟกช้ำ
  2. งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนการฉีด
  4. สุขภาพร่างกายอยู่ในสภาพปกติดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  5. หากเป็นไปได้ในวันฉีดควรล้างเครื่องสำอางหรือทำความสะอาดใบหน้าก่อนพบแพทย์

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

  1. งดการออกกำลังกายหนักๆ รวมถึงการให้ใบหน้าโดนความร้อนโดยตรงเช่น การอบซาวน่า, แช่น้ำอุ่น การนวดหน้าด้วยความร้อน เป็นเวลส 2 สัปดาห์
  2. งดการบีบ นวด กด ใบหน้าแรงๆ โดยเฉพาะบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ไปจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปผิดรูปได้ ทั้งนี้การปั้นฟิลเลอร์นั้นจะมีเพียงแพทย์ที่ทำการฉีดเป็นผู้ปั้นทรงให้ได้เท่านั้น
  3. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ เป็นเวลา 3-7 วัน
  4. ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่าปกติ จะช่วยให้ฟิลเลอร์อิ่มฟูยิ่งขึ้นและอยู่ได้นานมากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 วันแรกหลังฉีดไปจนถึง 2 สัปดาห์หลังฉีด

ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันยังไง?

ทั้ง 2 สิ่งนี้อยู่คู่กับสาวๆมานาน แต่สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจในความแตกต่างของ โบท็อกซ์ และ ฟิลเลอร์ วันนี้เราจะมาเรียนรู้ไปพร้อมๆกันค่ะ

  1. ผลลัพธ์ ซึ่งผลลัพธ์ของ โบท็อกซ์ และ ฟิลเลอร์ มีความแตกต่างกัน อย่างที่กล่าวมาคือโบท็อกซ์จะช่วยในการลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง และช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดย่น ให้กลับมาเรียบเนียนตึงได้อีกครั้ง โบท็อกซ์จึงเปรียบเสมือนเตารีด ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน และเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปให้ดูสมส่วนและมีมิติยิ่งขึ้น
  2. ตำแหน่งที่ฉีด โบท็อกซ์สามารถฉีดได้หลายจุด ดังนี้
  • ลดกราม
  • ลิฟท์กรอบหน้า
  • ลดน่อง
  • ลดริ้วรอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว
  • ผิวหนังบริเวณคอ มือที่เหี่ยว
  • บริเวณใต้วงแขนเพื่อลดกลิ่นกาย

ฟิลเลอร์แท้ vs ฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์แท้

  • สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย
  • ได้การรับการรับรองความปลอดภัยจาก อย.
  • มีฉลากภาษาไทย
  • ฉีดแล้วปลอดภัยแน่นอน ไม่เสี่ยงเป็นก้อนฟิลเลอร์ไหล ผิวอักเสบ 

ฟิลเลอร์ปลอม

  • ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติเพราะเป็นสารเหลว เช่น ซิลิโคน หรือ น้ำมัน
  • ไม่ได้การรับการรับรองความปลอดภัยจาก อย.
  • ฉีดแล้วมีอันตรายและผลข้างเคียง เช่น  อักเสบบวมถึงขั้นตาบอด ห้อยย้อย เป็นก้อนแข็ง 

ฟิลเลอร์กับฉีดไขมัน ทำอะไรดี?

อีกประเด็นหนึ่งที่หลายคนกำลังลังเลใจว่า ควรเติมเต็มใบหน้าด้วยฟิลเลอร์ หรือควรเติมด้วยการฉีดไขมันดีกว่ากัน วันนี้เรามีข้อดี และข้อเสียของทั้ง 2 อย่างมาให้ดูกันค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์

 ข้อดี
• หลังทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น
• การดูแลตัวเองหลังฉีดไม่ยุ่งยากเท่าการฉีดไขมัน
• ราคาไม่สูงเท่าการฉีดไขมัน
• หลังฉีดทันทีปริมาณไม่ลดลงจากร่างกายที่เข้ามาทำลาย แพทย์จึงสามารถประเมินปริมาณได้อย่างถูกต้อง

ข้อเสีย
• ฟิลเลอร์ของแท้จะต้องมีระยะเวลาในการสลายไปตามธรรมชาติ แต่หากใช้ฟิลเลอร์ของปลอมไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้สารเหลวอื่นที่ไม่ใช่ฟิลเลอร์จะไม่ย่อยสลายและตกค้างในร่างกาย

ฉีดไขมัน

ข้อดี
• เนื่องจากเป็นการใช้ไขมันของตัวเราเองในการฉีดเติมเต็ม สามารถอยู่ได้นาน
• ไม่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณที่ใช้เติม เนื่องจากเป็นไขมันของเราเอง ขึ้นอยู่กับจำนวนไขมันที่แพทย์ดูดได้

ข้อเสีย
• การผ่าตัดใหญ่ มีการวางยาสลบและจะต้องผ่าตัดดูดไขมันส่วนเกินจากร่างกาย เช่น แขน ขา หรือหน้าท้องจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นเล็กๆ ประมาณ 1-2 ซม. หลังดูดไขมัน
• เมื่อดูดไขมันแล้วจากนั้นจะใช้เติมเต็มใบหน้า ดังนั้นคนไข้จะต้องมีแผลและเจ็บตัวมากกว่า 2 ที่
• การเติมไขมัน ไม่สามารถคำนวณปริมาณที่จะเติมเต็มได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากการดูดไขมัน 100 cc จะสามารถอยู่รอดได้เพียง 20-30 cc ของที่เติมได้ ทำให้แพทย์จำเป็นต้องเติมปริมาณให้มากที่สุด เพื่อให้ไขมันที่อยู่รอดมีปริมาณมากพอ
• หากเติมในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ใบหน้าบวมไม่เป็นธรรมชาติ (Overfilled syndrome)
• การดูแลตัวเองหลังทำจะต้องมีอาการพักฟื้นเพื่อให้เข้าที่
• มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

วิธีเช็กฟิลเลอร์แท้เช็กยังไงนะ?

การเช็กฟิลเลอร์นั้นดูไม่ยากเลยค่ะเพียงทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ตามนี้

  • กล่องต้องปิดเรียบร้อยและไม่ถูกเปิดออก
  • ต้องมีป้ายภาษาไทยระบุว่าเป็นยาควบคุมพิเศษห้ามเป็นภาษาอื่น
  • ตั้งกล่องแนวตั้งเพื่อสแกนตรวจเช็กบริษัทผู้ผลิตและจำหน่าย
  • ดูข้างกล่องจะมีเลขล็อตสีเงิน
  • ดูท้ายกล่องจะมีวันหมดอายุชัดเจนนะคะ
  • ดูภายในกล่องจะต้องมีเลขทะเบียนอย. และ มีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • เลขล็อตในกล่องและข้างนอกต้องตรงกัน

ดูฟิลเลอร์ด้านในจะต้องซีลแกะออกมาไม่ได้ และ มีอุปกรณ์พร้อม

ฟิลเลอร์ คืออะไร ฉีดตรงไหนได้บ้าง

“ฟิลเลอร์” เติมเต็มใบหน้า เพื่อความสวยทุกมิติ

“Belotero” ฟิลเลอร์ตัวท็อปจากสวิตเซอร์แลนด์

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ?

ควรรู้อะไรบ้างก่อนฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

13 เรื่องน่ารู้ฉีดก่อนฟิลเลอร์ร่องแก้ม แก้ไขริ้วรอยร่องแก้มได้ทุกกรณีจริงหรือเปล่า ?

ถาม – ตอบ เรื่องโบท็อกซ์ !!!

รวมสิ่งที่ควรรู้ ก่อนฉีดโบท็อกซ์

ทำความรู้จัก “โบท็อกซ์” หัตถการที่เป็นมากกว่าการเสริมความงาม

ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล ทำไมเห็นผลช้า และฉีดโบท็อกซ์แล้วอยู่นานเท่าไหร่ ?

โบท็อกซ์ Nabota ดีไหม ?

โบท็อกซ์คืออะไร ทำไมต้องฉีดโบท็อกซ์ ?

ฉีดโบท็อกซ์ดีอย่างไร วิธีดูแลให้มีผลลัพธ์ที่ยาวนาน

 


Keep reading

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Ulthera Prime กับ Ultraformer ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดี

Ulthera Prime กับ Ultraformer ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี

Read more

ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง? อยู่ได้กี่เดือน คุ้มไหม

ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกต้องรู้อะไร อยู่ได้กี่เดือน เตรียมตัวยังไง

Read more

Our goal is to help people in the best way possible. this is a basic principle in every case and cause for success. contact us today for a free consultation. 

Practice Areas

Newsletter

Sign up to our newsletter